Home » Accessories

รีวิว HP Deskjet Ink Advantage 2545 เครื่องพิมพ์ All-in-one กระทัดรัดใช้งานง่าย

13 Aug 14 - By l

เวลาเลือกซื้อปรินเตอร์หลายๆ คนมักจะมองในเรื่องของความคุ้มค่าในการพิมพ์ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับคนพิมพ์งานเยอะๆ แต่ถ้ามองในแง่การใช้งานจริงหลายคนอาจจะไม่ได้พิมพ์จำนวนมากจนคุ้มเท่าเวลาซื้อมาแต่เวลาพิมพ์งานจริงก็กลับเจอปัญหาเสียแล้ว ใครที่มองหาเครื่องพิมพ์แบบ All-in-one ที่ไม่อยากเจอปัญหาจุกจิกหรือง่ายในการใช้งานมากกว่าเรื่องความคุ้มเพียงอย่างเดียว ในวันนี้ทางเว็บก็มีเครื่องพิมพ์รุ่นหนึ่งที่อาจจะดูไม่โดดเด่นมากในบ้านเรา แต่ก็ถือว่ามีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานที่ง่ายและไม่มีปัญหาจุกจิก ราคาก็ไม่ได้ถือว่าสูงจนเกินไปมาให้ลองพิจารณาดูครับ

เครื่องที่ทางเราได้มารีวิววันนี้คือ HP Deskjet Ink Advantage 2545 โดยมีราคากลางอยู่ที่ 2,990 บาท โดยมีสเปคคร่าวๆ ดังนี้

  • เครื่องพิมพ์ Inkjet 3 in 1 ใช้ Print/Scan/Copy
  • รองรับการพิมพ์งานแบบไร้สาย ผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
  • พิมพ์งานด้วยความเร็วขาวดำ 20 แผ่น/นาที, สี 16 แผ่น/นาที
  • ถ่ายเอกสารขาวดำ 4.5 สำเนา/นาที, สี 3 สำเนา/นาที
  • ช่องป้อนกระดาษรองรับสูงสุด 60 แผ่น ถาดรองรับสูงสุด 25 แผ่น
  • รองรับงานพิมพ์สูงสุด 1,000 แผ่น/เดือน
  • ความละเอียดในการพิมพ์สีสูงสุด 4800 x 1200 dpi ขาวดำ 600 x 600 dpi
  • ตลับหมึก HP678 แบบดำและ 3 สี (tri-color)
  • รองรับกระดาษ A4, B5, A6 และซองจดหมาย
  • ระบบพิมพ์สองหน้าแบบ Manual
  • ไดรเวอร์รองรับ Mac OS X 10.6, OS X Lion, OS X Mountain Lion, Windows XP SP3, Vista, 7 และ 8

เมื่อแกะกล่องเอาตัวเครื่องออกมาเตรียมใช้งาน ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่มากนัก พอที่จะตั้งบนโต๊ะทำงานได้ น้ำหนักเครื่องประมาณ 3.6 กิโลกรัมจากคู่มือ ตัวเครื่องทำจากพลาสติกสีขาวด้านผิวหยาบนิดๆ รวมๆ แล้วถือว่าหน้าตาดีทีเดียว พอจะจัดเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นประดับบ้านหรือออฟฟิศได้ครับ

HP 2545 Review 007

ส่วนติดต่อการใช้งานเครื่องทำออกมาแบบเรียบง่ายและบอกข้อมูลที่จำเป็นออกมาทั้งหมด ปุ่มแคนเซิล ปุ่มถ่ายเอกสารแบบสี, ขาวดำแยกกัน และมีส่วนที่เตือนเวลาเครื่องพิมพ์มีปัญหาอย่างกระดาษติดหรือตลับหมึกอันไหนใกล้หมด

HP 2545 Review 009

ถาดด้านบนเป็นส่วนที่ใช้ป้อนกระดาษเข้าไป? สามารถปรับได้ตามความกว้างของกระดาษ ส่วนถาดด้านล่างนั้นจะมีส่วนที่เป็นพลาสติกสีดำยื่นออกมาใช้รับกระดาษที่ถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่อง

HP 2545 Review 010

HP 2545 Review 020

HP 2545 Review 011

HP 2545 Review 013

บริเวณที่ใส่ตลับหมึกอยู่บริเวณถาดล่างของตัวเครื่อง ถ้าวางเครื่องไว้ต่ำอาจจะต้องก้มลงมามากหน่อยเวลาใส่ แต่ถ้าวางไว้บนโต๊ะก็สามารถใส่ได้ง่ายๆ ไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนตลับหมึกนั้นใช้ของ HP678 ตามที่บอกไปข้างต้น โดยแยกเป็นตลับหมึกสีกับหมึกดำแยกกัน ราคาประมาณ 350 บาท (บางที่อาจถูกกว่าเล็กน้อย)

ส่วนที่ใส่ตลับหมึกนั้นจะปรากฏออกมาเองเมื่อเปิดเครื่อง ซึ่งพอใส่ตลับเข้าไปพักหนึ่งแล้วเครื่องจะเก็บตลับหมึกเข้าไปข้างในเครื่องโดยอัตโนมัติครับ

HP 2545 Review 027

HP 2545 Review 028

บริเวณด้านหลังของ HP DeskJet 2545 นั้นมีช่องต่อสำหรับอแดปเตอร์จ่ายไฟ และพอร์ท USB สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ โดยเครื่องนั้นสามารถต่อใช้งานผ่านทาง Wi-Fi ได้ด้วย โดยเมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมจาก CD จะมีตัวช่วยในการตั้งค่าเชื่อมต่อ โดยตราบใดที่คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์อยู่ในเครือข่ายเดียวกันก็สามารถใช้งานพิมพ์ได้ไม่มีปัญหา

HP 2545 Review 017

หรือถ้าใครมีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS ก็สามารถดาวโหลดแอพลิเคชัน HP ePrint มาใช้งานได้ เป็นการสั่งพิมพ์งานผ่านสมาร์ทโฟนไปยังเครื่องพิมพ์ได้โดยตรง

HP 2545 Review 031

ดูตัวเครื่องไปแล้ว แล้วมาถึงตอนเริ่มใช้งานเครื่องกันเสียที อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าเครื่องสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายหรือมีสายตามปกติได้ ถ้าเลือกแบบไร้สายนั้นต้องถอดสาย USB ออกจากเครื่องก่อนถึงจะใช้งานได้ จากนั้นก็มีจะหน้าต่างเลือกให้เราจอยเครื่องพิมพ์เข้ากับเน็ตเวิร์คที่เราเลือกครับ ซึ่งนอกเหนือจากการที่เราใช้งานไร้สายโดยต้องเชื่อมต่อผ่านทางเราท์เตอร์แล้ว?HP Deskjet?2545?ยังสามารถการสั่งพิมพ์งานผ่านสมาร์ทโฟนไปยังเครื่องพิมพ์ได้โดยตรง (Wi-Fi Direct) นับได้ว่าสะดวกในการใช้งานจริงๆ ไม่ต้องเพิ่งเราท์เตอร์อีกด้วย

01

03

จากนั้นก็จะเข้ามาสู่หน้าจอติดตั้งไดรเวอร์และโปรแกรมมาตรฐาน เมื่อเปิดโปรแกรมของ HP ที่ติดตั้งมาก็จะพบกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่อง เช่นการตั้งค่าเครื่องพิมพ์ ทำความสะอาดหัวพิมพ์ แสกนเอกสารก็จะอยู่ในส่วนนี้ทั้งหมด

07

ส่วนของโปรแกรมสแกนนั้นจะมีเทมเพลทให้เราเลือกใช้งานจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าใครเชี่ยวชาญการตั้งค่าแล้วจะเลือกค่าจากด้านขวาเองก็ได้ โดนความละเอียดในการแสกนนั้นสูงสุดที่ 2400 dpi ส่วนฟอร์แมทนั้นรองรับJPG, BMP, PNG และ TIFF ตามมาตรฐานทั่วไป

08

05

รูปตัวอย่างด้านล่างนั้นเป็นรูปที่แสกนจากปกหนังสือที่ความละเอียด 300 dpi สามารถกดดูรูปขนาดเต็มได้ครับ

300Scan0004

การก็อปปี้นั้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการนำเอกสารที่จะก็อปปี้ไปวางไว้ที่ flatbed เหมือนกับตอนที่เราจะแสกน จากนั้นก็เพียงกดปุ่มที่ปรินเตอร์ว่าอยากเป็นก็อปปี้สีหรือขาวดำ รายละเอียดที่ออกมานั้นก็ถือว่าโอเค อาจจะมีเกรนสีตามสไตล์ของ Inkjet ทำให้ดูแล้วไม่คม แต่รายละเอียดของภาพนั้นก็มาครบถ้วน จุดสังเกตส่วนหนึ่งนั้นคือส่วนล่างของเอกสารนั้นจะถูกตัดไปบางส่วนซึ่งน่าจะมาจากขั้นตอนของการแสกน (ดูจากรุปก็อปปี้ขาวดำกับต้นฉบับที่อยู่ด้านขวา ตัวอักษรสองบรรทัดล่างจะหายไป รูปตรงกลางคือก็อปปี้สี) ถ้าต้องการเอกสารนั้นมีรายละเอียดที่สำคัญส่วนล่างก็น่าจะลองแสกนดูก่อนน่าจะดีกว่าครับ เวลาที่ใช้ตอนก็อปปี้ขาวดำนั้นอยู่ที่ประมาณ 22 วินาทีส่วนแบบสีนั้นอยู่ที่ประมาณ 41 วินาที

IMG_20140803_162214

มาถึงส่วนการพิมพ์งานกันบ้าง ตอนที่ทดสอบพิมพ์ไม่ได้พบปัญหาเรื่องกระดาษติดระหว่างพิมพ์แต่อย่างใด (กระดาษที่ใช้ทดสอบคือปอนด์ 80 แกรมกับกระดาษ Inkjet Glossy 130 แกรม) การพิมพ์ตัวอักษรนั้นการเลือกพิมพ์ระหว่าง Normal และ Best นั้นไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันมากนักในระยะสายตาปกติ ยกเว้นสีที่จะออกมาเข้มและตัวอักษรมีความคมกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าพิมพ์งานที่ตัวใหญ่จะเห็นได้ชัดกว่านี้ แต่เวลาที่ใช้พิมพ์ต่างกันมากเพราะที่ Normal นั้นใช้เวลาที่ประมาณ 10 วินาทีต่อแผ่น แต่ Best นั้นใช้เวลาเกือบ 40 วินาทีต่อแผ่น ถึงแม้ว่าเอกสารจะไม่มีรูปภาพใดๆ เลยก็ตาม

ต่อมาเป็นส่วนของการพิมพ์สีโดยเราจะใช้ปกหนังสือตามตัวอย่างด้านล่างครับ

coverCapture

การทดสอบแรกนั้นเราลองพิมพ์ลงแบบกระดาษปอนด์แบบธรรมดาก่อน ด้านซ้ายนั้นเลือกพิมพ์ด้วยค่า Plain Paper แบบ Best? ส่วนด้านขวานั้นเป็นแบบ Normal รวมๆ แล้วสีแบบ Best จะเข้มกว่าเล็กน้อย รายละเอียดของงานพิมพ์ทั้งสองไม่ต่างกันมากนัก แต่ความคมของตัวอักษรนั้นจะดีกว่าในแบบ Best ส่วนเวลาในการพิมพ์นั้นแบบ Normal นั้นอยู่ที่ 36 วินาที ส่วนแบบ Best อยู่ที่ 1.06 นาที

IMG_20140803_162108

พอมาเลือกใช้การพิมพ์ Photo แบบ Best เทียบกับ Plain Paper แบบ Best นั้นพบว่า Plain Paper Best นั้นจะสีจะออกมามากที่สุด (นั่นหมายถึงเปลืองหมึกสุดด้วย) ถ้าถามจากงานที่ออกมาจริงแล้วคิดว่าถึงแม้จะใช้กระดาษ InkJet Glossy นั้นเลือกพิมพ์แบบ Plain Normal ก็ยังถือว่าได้งานออกมาสวยงามครบถ้วนอยู่ ลักษณะโทนสีของ Photo Best นั้นจะโทนสีลงมาจาก Plain Best นิดหน่อย ส่วนระยะเวลาการพิมพ์ของแบบ Photo Best นั้นอยู่ที่ 2.42 นาทีต่อแผ่น

IMG_20140803_162015

สรุป

จุดเด่นของ HP Deskjet 2545 นั้นไม่ใช่เรื่องของความคุ้มค่าตามกระแสหลักของเครื่องปรินเตอร์ที่คนส่วนใหญ่สนใจเพราะเป็นเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานทั่วไปไม่ได้เจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการพิมพ์งานเป็นจำนวนมาก เครื่องนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่า? อย่างตลับหมึกนั้นถึงจะแพงกว่าบางแบรนด์ แต่การเปลี่ยนตลับหมึกของ HP Deskjet 2545 นั้นจะเปลี่ยนหัวพิมพ์ทุกครั้งที่เปลี่ยนตลับด้วย ดังนั้นเครื่องจึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวพิมพ์บ่อยเท่ากับเครื่องอื่นๆ เพราะความเป็นไปได้ที่หมึกน่าจะหมดก่อนที่หัวพิมพ์จะเสียนั้นมีสูงกว่า ผู้ใช้เครื่องนี้จึงน่าจะแทบตัดปัญหาส่วนนี้ไปได้เลย

HP Deskjet 2545 นั้นไม่เหมาะที่จะเอามาใช้พิมพ์สีเป็นจำนวนมากเพราะหมึกสีนั้นเป็นหมึกรวม ถ้าสีใดสีหนึ่งหมดก็จะทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งตลับ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดของรุ่นนี้ HP Deskjet 2545 จึงเหมาะกับคนที่อยากใช้งานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร หรือสแกนงานที่ใช้งานไม่หนักมากขนาดเป็นพันแผ่นต่อเดือน HP Deskjet 2454 จัดเป็นเครื่องที่เหมาะคนที่อยากได้เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานง่าย ดูทันสมัย และตอบสนองความต้องการด้านงานเอกสารได้รอบด้านครับ

จุดเด่น

  • ปุ่มไม่เยอะ ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป
  • ดีไซน์เครื่องทันสมัยสวยงาม
  • หัวพิมพ์มีโอกาสเสียลำบากสำหรับเครื่องรุ่นนี้ ถึงเสียจริงๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้ในราคาไม่แพงเพราะเปลี่ยนไปพร้อมกับตลับหมึก
  • เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ ไม่เกะกะ
  • HP ประกัน 2 ปีมากกว่าเจ้าอื่นในท้องตลาด
  • ราคาเทียบกับฟีเจอร์และการใช้งานที่ได้ถือว่าดี
  • สามารถการสั่งพิมพ์งานผ่านสมาร์ทโฟนได้โดยตรง (Wi-Fi Direct)

ข้อสังเกต

  • ตลับหมึกสีรวม ถ้าสีไหนหมดก่อนต้องเปลี่ยนทั้งตลับ
  • หมึกราคาแพงกว่าคู่แข่ง ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นสูงกว่า แต่ถ้าพิมพ์ไม่เยอะจนถึงขั้นพันแผ่นราคาจะไม่ต่างกันมากนัก


© Copyright - Notebookspec.com All Rights