Home » Buyer's Guide

รีวิว BitDefender Total Security 2011 อีกหนึ่งขวัญใจมหาชน

11 Nov 10 - By l

BitDefender Total Security 2011 เป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยระดับสุดยอดของทาง BitDefender สำหรับรุ่น 2011 ตัวใหม่ล่าสุดนี้ หน้าตาของโปรแกรมถูกปรับเปลี่ยนให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ความสามารถในการป้องกันก็ถูกพัฒนาไปตามมาตรฐานของวงการทุกวันนี้ เช่น Antispam, Firewall, Parental Controls, Performance Optimizer/Tune-Up Utilities, File Encryption จุดที่บอกว่าโดดเด่นสำหรับผู้ใช้ที่เป็นครอบครัวก็คือระบบ Firewall ที่จะทำหน้าที่ปกป้องระบบในบ้าน และ Parental Controls ที่เอาไว้สอดส่องว่าใครมาทำกิจกรรมอะไรบนเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง

09 BitDefender

ดาว์นโหลดและติดตั้ง

โปรแกรมสำหรับติดตั้ง BitDefender ที่จริงจะทำหน้าที่เป็นโปรแกรมช่วยดาวน์โหลด เราต้องมีอินเทอร์เน็ตเปิดไว้เพื่อดึงข้อมูลอีก 200 MB ซึ่งนับว่าใหญ่และต้องเสียเวลามากมาย ระหว่างที่ทำการติดตั้ง ทางทีมงานจะใช้ค่าแนะนำที่โปรแกรมตั้งมาให้แต่แรก และเราก็คิดว่าส่วนใหญ่เราก็ติดตั้งกันแบบนั้นแหละ

01 Installing

ตัวติดตั้งจะทำการสแกนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก่อน เพื่อหาว่าเรามีไฟล์อันตรายอยู่ในเครื่องหรือเปล่า หลังจากนั้นก็จะมีหน้าต่างอื่น ๆ ขึ้นมา เช่น ให้เราลงทะเบียน หรือให้เลือกหน้าตาของโปรแกรมว่าจะเอาความละเอียดขนาดไหน ส่วนเวลาที่เราใช้ในการติดตั้งโปรแกรมอยู่ราว ๆ 5 – 7 นาที หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ก็ทำการอัพเดตโปรแกรมและสแกนซ้ำอีกรอบ

User Interface

02 Beginner mode

BitDefender ได้รับการชื่นชมมากสำหรับรุ่นก่อน ๆ เพราะหน้าตาที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนว่ารุ่นนี้ก็ยังทำได้ดีโดดเด่นเหมือนเดิม เพราะมันแทบจะเป็นโปรแกรมเดียวที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาของโปรแกรมให้เหมาะกับลักษณะการใช้ของคนคนนั้นได้ ตั้งแต่คนหัดใช้หรือจะพวกเก่งสุด ๆ ก็ได้

03 Intermediate Mode

สำหรับหน้าตาของผู้ใช้ระดับกลางจะมี Tab เอาไว้เป็นระบบนำทาง และจะแสดงข้อมูลที่มีความละเอียดมากกว่าของผู้ใช้เบื้องต้น ซึ่งจะเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่อยากดูสถานะการทำงานของเครื่องตัวเอง รวมถึงกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวด้วย

04 Expert Mode

สำหรับโหมดเชี่ยวชาญจะมีการแสดงให้เห็นตัวเลือกในการปรับแต่งทั้งหมดของโปรแกรม BitDefender ระบบนำทางจะถูกว่าไว้เป็นหมวดหมู่อยู่ด้านซ้าย และจะมี Tab แบบหมวดย่อย ๆ ลงไปอีก ข้อมูลทั้งหมดมีการจัดเรียงให้ค้นหาง่าย สรุปก็คือ หน้าตาของโปรแกรม BitDefender ทำได้ดีมาก ๆ สามารถรับรองได้กับผู้ใช้ทุกระดับมากกว่าโปรแกรมรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ หลายโปรแกรม

อย่างที่กล่าวไปแล้ว BitDefender Total Security 2011 มาพร้อมยูทิลิตี้หลาย ๆ ตัวที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วย อย่างเช่น ในกลุ่มของ Tune Up จะมีโปรแกรมหลาย ๆ ตัวรวมเอาไว้ เช่น โปรแกรม Disk Defragmenter, Registry Cleaner และ Junk File Cleaner หรือจะเป็นโปรแกรม File Vault ที่จะสร้างพาติชันที่ถูกซ่อนเอาไว้ ทำให้เราสามารถเก็บไฟล์ที่ไม่อยากให้คนมาเห็นง่าย ๆ

Parental Control

05 Parental Controls

หนึ่งในความสามารถที่โปรแกรมรักษาความปลอดภัยควรจะมี และ BitDefender ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โปรไฟล์ที่ทำมาให้แต่แรกก็เหมาะกับคนใช้หลาย ๆ วัย การจะเซ็ตบัญชีที่สองก็ทำได้ในเวลาไม่ถึงนาที ถ้าอยากจะตั้งเวลาว่าเมื่อไรจะเล่นเน็ตได้ก็ทำไม่ยาก นอกจากนั้น เรายังสามารถเข้ามายังคำสั่งนี้ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ด้วย

06 Parental Controls

Real-World Security Testing

ความสามารถนี้ถูกแบบออกเป็น 4 ส่วนย่อย ๆ คือ Firewall, Anti-Virus, Anti-Spyware, and Anti-Spam และเราจะทดสอบผ่าน Internet Explorer

Firewall

10 Firewall

เราจะใช้ PCFlank’s Exploits เพื่อทดสอบความแข็งแรงของ Firewall โดยตัวทดสอบจะทำการเหวี่ยงหายนะทุกอย่างเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ และเราจะดูการตอบสนองของ Firewall ที่มีต่อการโจมตีหลาย ๆ รูปแบบที่ทะลักเข้ามา ซึ่งผลก็น่าเป็นที่ยินดีที่กำแพงปกป้องเราไว้ได้หนาแน่น ไม่มีพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

Anti-Virus

11 Anti-Virus

เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน เราจะเอาไวรัสจาก Eicar.org มาพังเครื่องของเราเล่น แต่ว่าตัวป้องกันไวรัสก็สามารถดักจับไฟล์ทั้งหมดได้ก่อนการดาวน์โหลด ที่จริงมันอนุญาตให้ดาวน์โหลดมาลงเครื่อง แต่มันจะถูกล็อกเอาไว้ ซึ่งก็ดีกว่าโปรแกรมบางเจ้าที่ต้องเอาไฟล์ไวรัสมาสแกนก่อนถึงจะเจอ

Anti-Spyware

คราวนี้เราจะใช้เว็บ Spycar.org เพื่อทดสอบในส่วนของ Anti-Spyware ซึ่งจะตรวจจับการทำงานในอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งผลที่ได้ก็ยังน่าประทับใจ ที่โปรแกรมสามารถตรวจจับการก่อกวนได้ทั้งหมด และแจ้งข้อความให้เราทราบทุกครั้งด้วย ในขณะที่บางโปรแกรมไม่ได้บอกเราตลอด

Anti-Spam

12 Antispam

เราจะใช้ Apache SpamAssassin Project เพื่อทดสอบการกรองสแปมขยะทั้งหลาย โดยเราจะส่งอีเมลที่มีข้อความที่ทำเป็นสแปมเอาไว้ ถ้าหากส่งไปไม่ได้ก็แสดงว่าการทำงานสำเร็จ สำหรับโปรแกรมที่เราเอาเป็นตัวดูอีเมลเราใช้ Mozilla Thunderbird จุดเด่นอย่างหนึ่งก็คือ ทั้งสองโปรแกรมถูกตั้งให้ทำงานรวมกัน ทำให้ระบบตรวจจับค่อนข้างทำงานได้ดีมาก มันสามารถบล็อคข้อความทดสอบของเรา และสามารถบล็อคอีเมลที่ไม่ต้องการอื่น ๆ ได้ด้วย

Performance Impact

มาลองดูเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานที่เสียไปกันบ้างดีกว่า ตัว BitDefender เองก็ไม่ได้รบกวนการเล่นอินเทอร์เน็ตหรือว่าใช้งาน Microsoft Office การอัพเดตทำอยู่เบื้องหลังและอัตโนมัติ เราอาจจะต้องทำการรีสตาร์ตเครื่องบ้างหลังจากลงโปรแกรม แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราควรจะทำอยู่แล้ว หรือถ้าใครรำคาญข้อความที่มันเด้งขึ้นมา จะปิดไปเลยก็ได้ เพื่อให้มันดูเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เราจะทำการทดสอบเปรียบเทียบก่อนและหลังการติดตั้งโปรแกรมด้วย PCMark และเวลาที่ใช้ในการสแกนฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลอัดแบบเต็มพิกัด

07 PCMark Before

การใช้ BitDefender ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพของเครื่องไปแค่ 5% ดีเวอร์จริง ๆ

08 PCMark After

สำหรับระยะเวลาในการสแกนไฟล์จากฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลบรรจุอยู่เต็มนั้น มันใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 3 นาที สำหรับข้อมูลขนาด 140 GB หลังจากที่มีการสแกนครั้งแรกแบบสมบูรณ์ไปแล้ว การสแกนครั้งต่อ ๆ ไปจะเร็วมากขึ้น เพราะว่ามันจะใช้ระบบ Quick Scan แทน

สรุป

13 Conclusion

โปรแกรม BitDefender Total Security 2011 ยังคงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมชุดรักษาความปลอดภัยที่มีแฟน ๆ เอาใจเชียร์แน่นอน เพราะประสิทธิภาพที่เหมาะทั้งใช้ส่วนตัวหรือใช้กันเป็นครอบครัว เป็นโปรแกรมหน้าตาดีและยืดหยุ่นที่สุดตัวหนึ่ง ระบบ Parental Control ก็ทำงานได้ดีและสามารถปรับแต่งได้ง่าย ส่วนระบบป้องกันอื่น ๆ ก็ทำงานได้ดีอย่างที่รู้ ๆ กัน ส่วนที่ดีที่สุดก็คือ มันไม่กินทรัพยากรเครื่องและยังสแกนได้เร็วด้วย

จุดเด่น

  • การออกแบบหน้าตาโปรแกรมทำได้ดีมาก
  • มีการป้องกันที่ยอดเยี่ยม สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
  • ระบบ Parental Control ใช้งานง่าย
  • ใช้เวลาในการสแกนไฟล์น้อย
  • กินทรัพยากรเครื่องน้อย

ข้อเสีย

  • ใช้เวลาติดตั้งนาน
  • ไฟล์ติดตั้งใหญ่



© Copyright - Notebookspec.com All Rights