Home » Tips & Tricks

มาขายโน๊ตบุคตัวเก่ากันไหม ?

22 Apr 08 - By l

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาว NBS ทุกคน ^^ ปีใหม่ไทยนี้ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยดลให้เพื่อนทุกคนโชคดีๆ เจอแต่สิ่งดีๆตลอดทั้งปีเลย และเพื่อนๆคงได้ไปเที่ยวเติมแบตกันจนเต็มอิ่มแล้ว สำหรับช่วงวันหยุดสงกรานต์ ก็กลับมาตั้งใจเรียนตั้งใจทำงานกันต่อ เอาหล่ะครับมาว่ากันเรื่องของเราต่อดีกว่า

?

?

เนื่องด้วยช่วงนี้ตลาดโน๊ตบุคเริ่มมาคึกคักกันได้ซักพักแล้วนะครับ ก็เพราะว่าทาง Intel ได้เปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรมที่ 45nm. (แต่ว่าโครงสร้างภายในก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนะครับเปลี่ยนแค่ขนาดของ สถาปัตยกรรมเฉยๆ) ก็มีผลโดยตรงทำให้มีความร้อนน้อยลง ใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนั้นทาง Nvidia ก็ยังออกการ์ดจอรุ่นใหม่ ซีรีย์ Go9xxx ครับทำให้หลายๆท่านเริ่มมองหาโน๊ตบุครุ่นใหม่มาเป็นเจ้าของแทนเครื่องเดิม ที่ชักทำงานไม่ทันใจ หรือเริ่มงี่เง่ากับเจ้าของเกินไปแล้วนั่นเอง แต่ว่าถ้าซื้อใหม่แล้วเครื่องเก่าหล่ะทำยังไง? ถ้าทุกๆคนซื้อเครื่องใหม่แล้วทิ้งเครื่องเก่าหมดมันก็คงกลายเป็นขยะอิเล็ก ทรอนิคส์ ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ เป็นปัญหาต่อโลกของเราอีกยิ่งตอนนี้ต้องช่วยกันดูแลเรื่องโลกร้อนอยู่ด้วย ผมเลยมีทางออกมาเสนอกับเพื่อนๆที่กำลังหาทางออกให้กับโน๊ตบุคเครื่องเก่า โดยการนำไปจำหน่ายต่อนั่นเองครับ
??????

?

?????
เตรียมตัวก่อนการจำหน่าย
เรามาเริ่มต้นกันที่การรวบรวมอุปกรณ์โน๊ตบุคทั้งหมดที่เรามี ตั้งแต่ สายไฟต่างๆ, สายแลน, แผ่นดิสก์, คู่มือการใช้งาน, กล่อง หรืออุปกรณ์ต่างที่มากับโน๊ตบุคตอนที่เราซื้อ สิ่งเล็กๆน้อยๆอย่างเช่นกล่องโน๊ตบุค หรือเอกสารต่างๆนั้นสามารถสร้างความรู้สึกที่แตกต่างให้กับผู้ซื้อได้เลยนะ ครับ นอกจากนั้นคุณก็ควรที่จะถ่ายรูปมุมต่างๆของโน๊ตบุคไว้ซะหน่อยด้วยโดยภาพที่ คุณภาพดีๆสวยๆ นั้นย่อมสามารถทำโน๊ตบุคของเราดูดีขึ้นได้กว่าภาพถ่ายที่เบลอๆหรือเล็กๆนะ ครับ
จากนั้นก็ตรวจดูว่าคุณไม่ได้เสียบ memory card หรือแผ่น CD ทิ้งไว้ในเครื่องด้วย
ขั้นตอนต่อไปก็มาประเมินค่าการทำงานของโน๊ตบุคของคุณ ถ้าโน๊ตบุคตัวนี้เป็นโน๊ตบุคตัวหลักของคุณก็น่าจะรู้ได้ดีเลยว่ามันสามารถทำ งานให้คุณได้ดีขนาดไหน ก็ใส่รายละเอียดเข้าไปตามตรง อย่าลืมที่จะซื่อสัตย์ด้วยนะครับ
นอกจากนั้นเราควรทำการทดสอบพวกเวลาการใช้งานแบตเตอรี่, หน้าจอ LCD (ความสว่าง, Dead Pixel), ฮาร์ดดิส Bad sector, พอร์ต USB แล้วก็ทดสอบความสเถียรในการทำงาน โดยการดาวน์โหลดโปรแกรมที่ทำการทดสอบเครื่องหนักๆ เช่น wPrime ทิ้งไว้ทั้งคืน นอกจากนั้นคุณควรที่สามารถที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเครื่องของคุณได้จะได้ช่วย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้

?

เรื่องราคาที่เหมาะสม เอาให้ง่ายนั้นควรที่จะดูจากตลาดมือสองทั้งหลายอย่างเช่นในเว็บไซต์ eBay, Thaisecondhand แต่ควรนึกอยู่เสมอนะครับว่าราคาที่อยู่ในเว็บพวกนี้จะเกินจริงไปซะหน่อย ราคาโน๊ตบุคโดยปกติแล้วถ้าไม่โชคดีมากๆๆๆหล่ะก็แล้วก็ใช้งานมาไม่เกิน 18 เดือนก็อยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาที่ซื้อมาอ่ะนะครับ ยกเว้นสำหรับโน๊ตบุค Mac และพวกโน๊ตบุคเฉพาะๆบางรุ่นเช่น Ferrari นะครับ
ส่วนราคาที่คุณบอกไว้ก็ควรจะมากกว่าราคาที่อยากได้ซักประมาณ 10%-15% ด้วยนะครับ มันก็เป็นปกติของคนหล่ะนะครับที่จะมีการต่อรองกันเล็กน้อย แม้ว่าราคาที่เขาได้นั้นจะคุ้มค่าอยู่มากแล้วแต่ว่ายังไงซะเขาก็อยากได้ส่วน ลดเพิ่มเติมอยู่ดี ดังนั้นมันจะเป็นการดีสำหรับคุณมากๆครับถ้าจะตั้งราคาเผื่อเอาไว้ซักหน่อย ถ้าเขาต่อคุณก็ได้ราคาที่คุณหวังแต่ถ้าไม่ก็ถือเป็นกำไรเพิ่มขึ้นนิดหน่อยๆ น่ะครับ
เอาหล่ะครับถึงตอนนี้คุณก็เกือบพร้อมที่จะขายโน๊ตบุคของคุณแล้วครับ ส่วนสำคัญสุดๆอีกส่วนที่คุณต้องคำนึงถึงเสมอคือ ข้อมูลความลับหรือส่วนตัวต่างๆที่อยู่ ในฮาร์ดดิสของคุณที่อาจจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือเป็นอันตรายต่อตัวคุณได้ถ้าเกิดตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี ผมจึงมีวิธีง่ายๆมาให้เพื่อนๆได้นำไปล้างข้อมูลออกจากโน๊ตบุคของคุณ
1.?ทำการ format เครื่องด้วยวิธีการ Full format (ดีกกว่าการใช้ Quick format)
2.?ใช้โปรแกรมเพื่อทำการล้างฮาร์ดดิสให้สะอาด หรือเขียนข้อมูลเปล่าๆลงในฮาร์ดิสทั้งหมด
3.?ทางเลือกสุดท้าย… ทำลายฮาร์ดดิสของคุณให้พังไปเลย
ความจริงแล้วทางเลือกที่สามนี่เป็นทางเลือกที่ผมไม่แนะนำให้ใช้เลยนะครับ เพียงแค่ 2 ขั้นตอนแรกก็เพียงพอสำหรับการล้างข้อมูลแล้วครับ

แล้วจะขายที่ไหนหล่ะ
เอาหล่ะครับตอนนี้โน๊ตบุคของเราก็พร้อมที่จะออกสู่ตลาดแล้ว ส่วนแหล่งขายก็มีดังนี้ครับ
??ร้านขายคอมพิวเตอร์
??เว็บไซต์ขายของพวก Ebay, thaisecondhand, pramool
??เว็บบอร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ
ทางเลือกแรกก็เป็นการขายแบบเจอกันทั้งผู้ซื้อผู้ขาย? โดยร้านค้าประเภทนี้มีอยู่มากมายครับตามแหล่งห้างที่จำหน่ายอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์เช่น ห้างพันทิพย์ทั้ง 2 สาขา, เซียร์รังสิต, ฟอร์จูน ฯลฯ แต่มันก็จำกัดอยู่ที่ว่าคุณควรจะอยู่ในตัวเมืองนั่นเองครับเพราะว่ามันจะ สะดวกในการขายมากกว่า

?

?
แต่ถ้าคุณอยู่นอกเมืองหรือว่าที่ๆไม่สะดวกในการเดินทาง หรือไม่มีสถานที่ดีๆที่จะขายโน๊ตบุค ในสถานการณ์เช่นนี้เว็บไซต์ขายของอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับคุณ เพราะว่ามีคนมากมายที่มาซื้อและขายกันอยู่ในแหล่งเหล่านี้ แต่เว็บไซต์เหล่านี้ยังมีการให้คะแนนการผู้ขายจึงอาจมีผลทำให้การขายของคุณ ยากขึ้น หรืออาจจะทำให้ได้ราคาอย่างที่เพื่อนๆต้องการได้ยากขึ้นนั่นเองครับ
เว็บบอร์ดตัวเลือกสุดท้าย มีเว็บไซต์ดังๆมากมายนะครับที่เปิดให้มีการซื้อขายของผ่านเว็บบอร์ดของพวก เขา (อย่างเช่นเว็บบอร์ดของเรา https://notebookspec.com/board/forumdisplay.php?fid=10 เป็นต้น) แต่มันจะปลอดภัยกว่าถ้าคุณทำการจ่ายเงินแค่ภายในประเทศเท่านั้นนะครับยกเว้น แต่คุณรู้ว่าคนที่คุณจะซื้อขายด้วยนั้นเป็นใคร
เหตุผลหลักที่ทำไมคนชอบการไม่รู้จักตัวตนบนโลกอินเตอร์เนตก็เพราะว่าการต่อ รองนั่นแหละ แต่คุณไม่ต้องกลัวนะครับเพราะว่าถ้าคุณทำการศึกษามาดีพอ และตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำของโน๊ตบุคของคุณไว้อย่างเหมาะสมว่าถ้าต่ำกว่านี้ก็ไม่ เหมาะแล้วคุณก็สามารถทำการขายได้อย่างสบายใจครับ การซื้อขายนั้นต้องการข้อตกลงแบบ win-win ไม่มีใครอยากเสียเปรียบใครหรอกครับ ดังนั้นถ้าคุณมั่นใจว่าคุณตั้งราคาไว้เหมาะสมแล้วคนซื้อนั่นก็ย่อมจะซื้อ ราคานี้ได้ หรือถ้าไม่ก็ยังมีคนซื้อคนอื่นอยู่นั่นแหละครับ

การจัดการการจ่ายเงิน
การซื้อขายในระบบออนไลน์นั้นย่อมมีผู้ไม่ประสงค์ดีปลอมปลน อยู่บ้าง ซึ่งอาจอยู่ได้ทั้งในรูปของผู้ซื้อ หรือแม้กระทั่งผู้ขาย เพราะฉะนั้นเนี่ยเพื่อความมั่นใจถ้าเป็นไปได้คุณควรจะทำการขายแบบเจอหน้ากับ ผู้ซื้อเลยจะดีกว่ามากครับ โดยผมจะให้แนวทางในการซื้อขายแบบเจอหน้ากัน แต่ว่าถ้าคุณทำการซื้อขายแบบออนไลน์ก็ข้ามไปอ่านที่ส่วนการจ่ายเงินออนไลน์ หรือการขนส่งได้เลย

แบบเจอหน้ากัน
การซื้อขายแบบเจอหน้ากันเองนั้นก็มีความท้าทาย และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่คือ คุณต้องการให้ผู้ซื้อรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนไหม? คุณจะสะดวกไหมที่จะให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน ? คุณอยู่บ้านคนเดียวหรือป่าว? คุณต้องการให้เด็กๆ(ลูก)เจอคนแปลกหน้าไหม? คุณจะจัดการผู้ขายกับของมีค่าอย่างอื่นของคุณอย่างไร? แล้วถ้าคนซื้อเขามากับเพื่อนหล่ะ? สิ่งที่เสี่ยงเหล่านี้และคุณไม่รู้ด้วยว่าคนที่มาซื้อเนี่ยเป็นใคร เพราะฉะนั้นก็ควรระวังเรืองพวกนี้ไว้
สำหรับหลายๆคนจึงใช้วิธีการนัดออกมาเจอกันกลางทางซะมากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆที่ผมกล่าวไว้ในข้างต้น โดยจุดที่นัดไปเจอกันส่วนใหญ่นั้นอาจจะเป็นร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, หรือห้างสรรพสินค้า เพราะว่าเป็นจุดที่มีคนเยอะพอสมควรจึงปลอดภัยกว่าที่ไปเจอกันในที่เปลี่ยวๆ เป็นไหนๆ
สำหรับจุดนัดพบเนี่ยควรมีที่ให้นั่งคุย หรือว่าให้นั่งลองเครื่องได้ด้วยเพราะว่าโดยปกติผู้ที่จะซื้อเครื่องมือสอง เนี่ยน่าจะศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และเขาก็คงอยากจะทดสอบอะไรเล็กๆน้อยๆก่อนที่จะตกลงการซื้อ ซึ่งมักจะทำเล็กๆน้อยๆไม่นานเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคุณควรจะทำการ Hibernate เครื่องเอาไว้ตอนทดสอบจะได้ทดสอบได้รวดเร็วไม่ต้องรอเวลาบูตนานนัก และเป็นการทดสอบการเก็บประจุของแบตได้อีกด้วยว่ายังทำงานได้ดี
แล้วสมมติว่าผู้ซื้อถูกใจโน๊ตบุคของคุณ ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการจ่ายเงินละ ผู้ซื้อที่ฉลาดส่วนใหญ่จ ะมาพร้อมกับเตรียมเงินมาเรียบร้อยแล้ว แต่บางคนอาจจะซ่อนบางส่วนไว้ในกระเป๋า แล้วบอกว่าเขามีเงินเพียงเท่านี้ซึ่งอาจจะน้อยกว่าที่คุณตั้งไว้ คุณก็ควรจะตั้งสติให้ดีใจแข็งเข้าไว้บอกเขาให้เข้าใจว่าราคานี้เป็นราคาสุด ท้ายแล้วจริงๆ แต่ก็ควรเตรียมใจเผื่อไว้ด้วยถ้าเกิดคนซื้อไม่พอใจกับราคาที่คุณตั้งจริงๆ
ถ้าผู้ซื้อตกลงที่จะซื้อโน๊ตบุคคุณแล้ว ก็นับเงินให้เรียบร้อยแล้วบอกเขาเกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ เช่นเรื่องการสอบถามวิธีการใช้งาน, การรับประกันจากคุณ, บิลจ่ายเงินจากร้านค้าเผื่อใช้อ้างอิงในการรับประกันจากบริษัทโน๊ตบุค ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณควรบอกไว้แต่แรกแล้วในตอนที่คุณอธิบายโน๊ตบุคของคุณ ถ้าทุกอย่างไว้เรียบร้อยดี ก็แน่ใจได้เลยว่าคุณจะได้ประโยชน์จากฟีดแบคดีๆที่กลับมาแน่นอน

จ่ายเงินผ่านอินเตอร์เนต
?การจ่ายเงินด้วยวิธีการนี้ก็เป็นความท้าทายในอีกรูปแบบนึง โดยคนส่วนใหญ่ในอินเตอร์เนตนั้นจะใช้งาน Paypal ถ้าคุณต้องการที่จะจ่ายเงินผ่านเนตแล้วหล่ะก็ควรลงทะเบียนและใช้งานมันนี่ แหละ แม้ว่า PayPal จะไม่ใช่เครื่องมือที่ดีเลิศอะไรนัก แต่การเข้าใจถึงประโยชน์ และความเสี่ยงต่างๆจากการใช้งาน มันก็สามารถกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณค่ากับเรามากได้เช่นกัน

การบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง
ถ้าคุณยังเก็บกล่องโน๊ตบุคตั้งแต่ตอนซื้อไว้อยู่ก็ดีไป คือว่ากล่องพวกนี้เป็นกล่องที่โน๊ตบุคของคุณถูกขนส่งมากจากโรงงาน ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วมันจะปลอดภัยกว่าสำหรับการขนส่งที่บรรจุโน๊ตบุคของคุณ เหมือนตอนที่คุณซื้อมันมา
การหาหีบห่อมาทดแทนกล่องที่หายไปนั้นมันก็มีวิธีการอยู่ครับ คืออาจจะนำกล่องโน๊ตบุคตัวใหม่ของคุณมาใช้แทนก็ได้ แต่มันก็อาจจะส่งผลกระทบกับคุณต่อแน่นอนเมื่อคุณขายโน๊ตบุคอีกรอบนึง หรือหากล่องที่จะนำมาบรรจุเอง การบรรจุนั้นสิ่งที่สำคัญคือ
1.?ต้องแน่ใจว่าโน๊ตบุคของคุณอยู่ห่างจากด้านข้างกล่องพอสมควร เพื่อลดโอกาสที่จะเสียหายจากการกระแทกระหว่างการขนส่ง
2.?ต้องดูให้แน่ใจว่าโน๊ตบุคจะไม่ขยับไปมาภายในกล่องตอนที่ถูกย้าย ที่
3.?ดูลักษณะโน๊ตบุคของคุณตอนที่คุณแกะกล่องออกมาเป็นแนวทางในการบ รรจุโน๊ตบุคด้วย


??ขั้นตอนต่อมาคือการขนส่งหล่ะ คุณอาจจะมีรูปแบบที่ชอบอยู่แล้ว ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้บริการไปรษณีย์ไทยของเรา Fedex, UPS ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัว แต่ว่าการส่งออกไปต่างประเทศอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อยเพราะว่าคุณจะต้องมี การกรอกเอกสารอื่นๆเพิ่มเติมจากปกติด้วย ซึ่งก็จะแตกต่างออกไปแล้วแต่ว่าคุณใช้บริการของใครด้วย
ในบางครั้งที่คุณจะมีการเพิ่มเงินในส่วนของค่าเสียเวลา, แรงงาน หรือค่าบริการในการจัดการเรื่องการขนส่ง ก็ดูให้แน่ใจด้วยว่าผู้ซื้อของคุณนั้นสามารถรับกับเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นมา ได้ก่อนที่จะทำการซื้อขายกัน การทำเช่นนี้ก็ช่วยปกป้องคุณด้วยเช่นกัน เพราะว่าถ้าคุณแค่ประมาณค่าใช้จ่ายในการขนส่งบางครั้งคุณอาจจะต้องไปเสียใจ ทีหลังตอนที่คุณจ่ายค่าขนส่งก็ได้
สุดท้ายถ้าทุกอย่างถูกต้อง และเรียบร้อยดีก็อย่าลืมที่จะให้คนที่ซื้อของจากคุณไปให้ฟีดแบคคุณไว้ด้วย เพราะตลาดออนไลน์โดยมากนั้นจะมีระบบฟีดแบคให้อยู่แล้ว การมีฟีคแบคนี้ช่วยให้คุณเป็นที่น่าเชื่อถือในตลาดออนไลน์มากขึ้น เป็นทั้งข้อดีสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย

?

สรุป
ขอเตือนไว้ก่อนนะครับว่าอย่าให้คำแนะนำนี้กลาย เป็นสิ่งที่ทำให้คุณกลัวการซื้อขายโน๊ตบุคของคุณ (หรือของอื่นๆที่คุณวางแผนไว้) บางทีคุณอาจจะเริ่มด้วยการขายสิ่งที่เล็กๆก่อน แล้วค่อยก้าวขึ้นไปขายสิ่งที่มีค่ามากๆเช่นโน๊ตบุค หรือไม่ก็ขายโน๊ตบุคเลยก็ได้ มันไม่ได้ยากอะไรมากมายครับ คุณก็สามารถทำได้อย่างเชี่ยวชาญได้ถ้าคุณผ่านการซื้อขายอย่างระมัดระวังซัก 2-3 รอบ

?

?

?




© Copyright - Notebookspec.com All Rights