Home » Special Story

ทำไมยอดขายโน้ตบุ๊ก PC น้อยสุดในรอบ 20 ปี

16 Apr 13 - By l

หลายๆท่านคงได้เห็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาแล้วนะครับว่า Q1/2013 ที่ผ่านมาimage

โน้ตบุ๊ก PC มียอดขายที่ตกตำสุดในรอบ 20 ปี จากในช่วง 5-10 ปีที่แล้ว ยอดขายโน้ตบุ๊ก PC โตขึ้นตลอดเวลา จนเริ่มชลอจัวเมื่อปีที่แล้ว จนมาถึง Q1/2013 ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ยอดขาย ติดลบถึง ?13.9% จาก Q1/2012 โดยมียอดขายตกกันเกือบทุกแบรนด์ (ยกเว้น Lenovo ทรงตัว) ที่ตกไปหนักสุดก็คงหนีไม่พ้น Acer ที่ตกลงไปถึง 31.3% ทำให้หลายๆท่านอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม่ยอดขาย โน้ตบุ๊ก PC ถึงตกขนาดนี้ ผมเลยไปหาคำตอบมาให้ซึ่งต้องยอมรับว่ามันมาจากหลายๆสาเหตุบวกๆกันเข้ามา

image

Tablet ที่โตวันโตคืน

สาเหตุแรกหลายๆท่านก็คงพอจะเดากันได้เพราะนับวันจะมี Tablet เพิ่มขึ้นมามากเลยๆจากเดิม Tablet ราคาแพงและทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ปัจจุบันทั้งราคาที่ถูกลง และสเปกที่แรงขึ้นทำให้ทั้งทำงาน หรือเล่นเกมส์ได้ไม่แพ้โน้ตบุีกเครื่องนึง ไม่จะพิมพืไม่สะดวกเท่า แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่เบากว่ามาก ทำให้หลายๆบ้านเลือกที่จะชลอการซื้อโน้ตบุ๊ก PC เครื่องใหม่ออกไปจากเดิมซื้อ 1-2 ปีเครื่องนึง ก็เป็น 3-4 ปีถึงจะซื้อใหม่ อีกจึงไม่น่าแปลกใจว่าคนจะเลือกซื้อ Tablet มากกว่าที่จะมาซื้อโน้ตบุ๊ก PC เครื่องใหม่

image

Windows 8 ที่ไม่ช่วยอะไร

ปลายปีที่แล้วผู้ผลิตหลายๆแบรนด์คาดหวังว่า Windows 8 จะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดได้ แต่เอาเข้าจริงๆ Windows 8 ก็ไม่ได้ช่วยให้โน้ตบุ๊ก PC ขายดีขึ้น สังเหตุได้จากอัตราการเติบโตของ Windows 8 ยังช้ากว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก อีกทั้ง user ยังสับสนกับ Windows 8 ทั้งหน้าตาและฟังค์ชั่นการใช้งานต่างๆทำให้ผู้ใช้เครื่องเก่ารวมถึงผู้ที่ซื้อเครื่องใหม่ยังเลือกที่จะใช้ Windows 7 หรือ XP กันอยู่ แม้ Microsoft จะมีมาตรการชักชวนต่างๆออกมาแต่ก็ยังไม่ช่วยอะไรได้มากนัก อีกทั้ง Windows RT ที่คาดหวังจะเข้ามาตีตลาด Tablet Android ก็เจ้งไม่เป็นท่าด้วยราคาเครื่องที่แพง และข้อจำกัดหลายๆอย่าง ทำให้ user เลือกซื้อ Windows 8 แบบจอทัชดีกว่า หรือไม่ถ้าเน้นราคาก็ไปซื้อ Tablet Android กันหมด

สเปกที่ไม่มีอะไรใหม่

แม้หลายๆแบรนด์จะเน้นโน้ตบุ๊กจอสัมผัสกันมากขึ้น แต่ก็เพียงเปลี่ยนจากซื้อโน้ตบุ๊กธรรมดามาเป็นโน้ตบุ๊กจอทัชเท่านั้น ไม่ได้เปิดตลาดใหม่แต่อย่างใด เพราะสเปกโน้ตบุีกที่ไม่ได้แรงขึ้น หรือแปลกใหม่กว่าเดิม สำหรับผู้ที่ใช้ซีพียูอย่าง Core I Gen 1 & Gen 2 ก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนเครื่องใหม่เพราะ Gen 3 ก็ไม่ได้แรงกว่ากันเท่าไร และรอ Gen 4 (Haswell) มากกว่า

วิกฤตเศรษกิจ

ด้วยปัญหาในหลายๆประเทสของสหภาพยุโรปทำให้ user กลัวเกิดวิกฤตเศรษกิจจนชลอการซื้อ หรือเลือกซื้อในสิ่งที่มีราคาประหยัดมากกว่า เช่น Tablet หรือ Smartphone อย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ในรุโรปแต่ได้ลามมายังอีกหลายๆประเทศ จนเกิดภาวะชลอการซื้อโน้ตบุ๊ก PC ใหม่

image

ขยายเวลาเปลี่ยนเครื่องใหม่

ด้วยหลายๆสาเหตุทั้งสเปกที่ยังไม่มีอะไรใหม่ หรือใช้เงินไปซื้อ Tablet Smartphone หมดแล้ว ทำให้ user เลือกที่จะชลอการเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่จากเดิม 1 เครื่องจะใช้เพียง 1-2 ปี ก็เปลี่ยนเป็น 3-4 ปี เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทำให้ยอดขายน้อยลงไปตามคนซื้อที่น้อยลง

?

หลายๆปัจจัยจริงๆที่ทำให้ยอดขายของโน้ตบุ๊ก PC ตกลงไปขนาดนี้ ซึ่งผู้ผลิตหลายๆแบรนด์ก็ฝากความหวังไว้กับ Core I Gen 4 (Haswell) ว่าจะช่วยเข้ามาเพิ่มยอดขาย PC ให้มากขึ้นได้ อันเนื่องมาจากประสิทธิภาพที่ดีขึ้นดำให้คนที่ใช้เครื่องเก่าเปลี่ยนเครื่องใหม่ แต่จะช่วยได้ขนาดไหนนั้นก็คงต้องรอชมกันว่า Core I Gen 4 (Haswell) แรงขนาดไหน



© Copyright - Notebookspec.com All Rights