Home » 6. Mac Corner

ทำความรู้จัก Mac ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์สุดล้ำจาก Apple

3 Jul 13 - By l

Mac หรือเรียกเต็มๆ ว่า Macintosh เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คิดค้นและผลิตจาก Apple ซึ่งมีในส่วนของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Mac mini, iMac, Mac Pro) และแบบคอมพิวเตอร์พกพา (MacBook Air, MacBook Pro, MacPro with Retina Display)?โดยอุปกรณ์ในส่วนของฮาร์ดแวร์รวมไปถึงซอฟต์แวร์ได้ออกมาอย่างเฉพาะ ?จึงทำให้สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ 100% ส่งผลมีความสเถียรภาพในระบบที่สูงไว้ใจได้ ?ซึ่งฮาร์ดแวร์ต่างๆ สามารถใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ใช้ Windows ได้ อาทิเช่น เมาส์ คีย์บอร์ด ฮาร์ดดิสก์ แรม แฟลชไดร์ฟ เป็นต้น

แต่สำหรับด้านซอฟต์แวร์ Mac ได้ใช้เป็นระบบปฏิบัติการของตนเองเฉพาะ ที่ใช้ชื่อว่า OS X ฉะนั้นโปรแกรมที่เป็นของ Windows จะไม่สามารถติดตั้งบนเครื่อง Mac ได้เลย หรือโปรแกรมของ Mac ก็ไม่สามารถติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ได้เช่นกัน ด้วยความที่ว่ามีสถาปัตยกรรมการออกแบบซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามทางผู้ผลิตซอฟต์แวร์โปรแกรมในปัจจุบันส่วนมากก็จะทำออกมาทั้ง 2 เวอร์ชั่น ทั้ง OS X ของ Mac และ Windows ของคอมพิวเตอร์ทั่วไป ฉะนั้นในส่วนของการใช้งานซอฟต์แวร์จึงไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก แม้ว่าจริงๆ แล้วก็มีอีกหลายๆ โปรแกรมและเกมที่ไม่รองรับเหมือนกัน ซึ่งก็สามารถติดตั้ง Windows ใน Mac เพื่อใช้งานโปรแกรมเหล่านั้นได้

นอกจากนี้เครื่อง Mac นั้นจัดได้ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับคนที่ต้องการด้านเน้นในเรืื่องของดีไซน์การออกแบบที่สวยงามและล้ำกว่าคอมพิวเตอร์ในท้องตลาดทั่วไป ที่สำคัญยังต้องการประสิทธิภาพ และความสเถียรในการทำงานที่สูง แน่นอนว่าทำให้เรามักจะเห็นเครื่อง Mac นั้น ใช้ในงานระดับมืออาชีพ อย่างด้านกราฟิก งานตกแต่งภาพ งานตัดต่อภาพยนตร์ งานทำดนตรี งานออกแบบดีไซน์ ตลอดจนไปถึงงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยศาสตร์ และด้วยราคาของเครื่อง Mac ที่ถูกลงหากเทียบกับเมื่อก่อน (แต่ก็ยังราคาแพงกว่าในสเปกเดียวกันเหมือนเทียบกับคอมพิวเตอร์ที่เป็น Windows อยู่ดี) ซึ่งจะสังเกตได้จากในช่วงปีหลังๆ นี้ มีคนใช้ Mac กันมากขึ้น จากสมัยก่อนแทบจะไม่เห็นเลย ทำให้ปัจจุบันเริ่มเห็นคนนำ Mac ที่เป็นคอมพิวเตอร์พกพาอย่าง MacBook ไปนั่งใช้งานตามที่ต่างๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรุ่นที่ผู้คนนิยมใช้งานมากที่สุดก็คือ MacBook Air?

?

ซึ่งในประเด็นหนึ่งของเครื่อง Mac รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ก็คือเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ หลายๆ คนที่รู้จักจุดประกายความอยากซื้อ Mac มาจากเรื่องของความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น iMac, MacBook รุ่นต่างๆ เรื่อยไปจน iPod, iPhone, iPad ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีสไตล์ และมีแนวทางเป็นของตัวเอง เคยได้ยินบางคนชมว่าสินค้าของ Apple มีความเซ็กส์ซี่ในตัวเอง ถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว ที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นไหน ทุกรุ่นทุกส่วนได้รับการออกแบบมาอย่างดี ไม่เพียงแต่ดูสวยงาม แต่ยังสะดวกต่อการใช้งานมากอีกด้วย

?

อีกทั้งเครื่อง Mac แต่ละรุ่นจะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน การออกแบบตัวเครื่องในรายละเอียดต่างๆ ก็จะออกแบบมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน ในแต่ละอย่างนั้นได้อย่างตอบโจทย์เลยทีเดียว อย่าง iMac นี่เห็นชัดเลย จอภาพ ตัวเครื่อง ออกแบบมาสวยงาม บางเฉียบ กินพื้นที่วางบนโต๊ะน้อยมาก เปิดกล่องมาก็จะมีเพียง เมาส์คีย์บอร์ดไร้สาย และสายไฟ เท่านั้นก็พร้อมใช้แล้ว ภายในเครื่องมีครบ ทั้งกล้อง Web Cam (Mac เรียกว่า FaceTime HD Camera) , ไมค์ภายในเครื่อง (ระบบคู่ตัดเสียงรบกวนได้ดี), ลำโพงภายในเครื่อง (เสียงจัดว่ามีคุณภาพพอตัว), Wireless LAN (Mac เรียกว่า AirPort) , Gigabit Ethernet (LAN RJ45 ธรรมดา), Bluetooth เวอร์ขั่นล่าสุด และพอร์ตความเร็วสูงอย่าง USB 3.0 และ Thunderbolt เป็นต้น

 

ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ Mac แต่ละรุ่น

MacBook Air

เป็นโน้ตบุ๊กที่มีความบางเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด รุ่นแรกนั้นทำออกมาก่อนที่ทาง Intel จะเปิดตลาด Ultrabook ออกมา ซึ่งในตอนนี้ถือได้ว่า MacBook Air เป็นโน้ตบุ๊กบางเบาที่ได้รับความนิยมสูงในรุ่นหนึ่ง ชิปประมวลผลใช้งานเป็น Intel Core i5 แบบใช้พลังงานต่ำ มาพร้อมแรมขนาด 4GB และฮาร์ดดิสก์จะเป็น SSD เริ่มต้นความจุที่ 128GB แน่นอนว่ากราฟิกภายในเป็นแบบออนบอร์ด (ซีพียู, แรม, SSD สามารถสั่งอัพเกรดตอนซื้อได้) โดยแบ่งเป็นรุ่นขนาดหน้าจอ 11? และ 13? ตามแต่การใช้งานของแต่ละคนที่เน้นการพกพา

ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ใน MacBook Air ยาวนาน ระดับ 9 ชั่วโมงสำหรับ MacBook Air 11? และ MacBook Air 13? จะยาวนานถึง 12 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าระยะเวลาที่เราสามารถใช้งานได้ทั้งวันจริงๆ โดยไม่ต้องพกอแดปเตอร์ออกจากบ้านเลย อีกทั้งทาง Apple ยังบอกว่า?MacBook Air รุ่นใหม่นั้น สามารถเปิดชมวีดีโอได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงทีเดียว นับได้ว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจจริงๆ

 

การดีไซน์ออกแบบยังคงเดิมโดยใช้วัสดุอะลูมิเนียมแบบ Unibody (ไร้รอยต่อ) ซึ่งก็เป็นปกติของ Apple อยู่แล้วที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์บ่อยๆ แต่จะเป็นการเพิ่มฟีเจอร์หรือประสิทธิภาพการทำงานเข้าไปแทน รวมไปถึงหน้าจอ Retina Display จะยังไม่มาในปัจจุบัน แต่ก็เชื่อได้ว่าในอนาคต Apple ต้องเพิ่มความละเอียดหน้าจอลงไปใน MacBook Air รุ่นต่อๆ ไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม?MacBook Air เหมาะสมกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่น่ำหนักเบา เครื่องบาง เพื่อการพกพาและใช้งานแบตเตอรี่ได้ต่อเนื่องยาวนานอย่างที่สุด

 

MacBook Pro

จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่สูง ซึ่งมีการคงดีไซน์แบบเดิมตั้งแต่ปี 2008 โดยมีการอัพเกรดสเปกภายในและเปลี่ยนแปลงภายนอกเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แบ่งออกเป็น 2 ?ขนาดหน้าจอด้วยกัน คือขนาดหน้าจอ 13? และ 15? การใช้งานแบตเตอรี่สามารถทำได้ยาวนานสูงสุดที่ 7 ชั่วโมงเช่นกัน

 

สำหรับ MacBook Pro ขนาดหน้าจอ 13? จะใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5, Core i7 แบบปกติ มาพร้อมแรมขนาด 4GB และฮาร์ดดิสก์แบบปกติ ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็จะเป็นแบบออนบอร์ดเท่านั้น (สั่งอัพเกรดซีพียู, แรม และฮาร์ดดิสก์ได้) ซึ่งถ้าใครต้องการความแรงที่มากกว่าก็ให้ดูเป็นตัวรุ่นขนาดหน้าจอ 15? ที่มีการใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7 แบบ?Quad-Core รองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ??มาพร้อมแรมขนาด 4GB และฮาร์ดดิสก์แบบปกติ ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็จะเป็นแบบแยกที่จัดว่าแรงในระดับหนึ่ง (สั่งอัพเกรดซีพียู, แรม และฮาร์ดดิสก์ได้เช่นกัน)

 

 

แน่นอนว่างานประกอบก็เป็นวัสดุอะลูมิเนียมแบบ Unibody (ไร้รอยต่อ) รวมไปถึงมีความสวยงาม ที่ทุกคนต่างชื่นชอบและยอมรับในความสวยงามนี้อยู่แล้ว โดย?MacBook Pro เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่รองรับการทำงานที่หลากหลาย อีกทั้งยังให้ในเรื่องของรูปลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่น

 

MacBook Pro with Retina Display

นับได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีความละเอียดของหน้าจอที่สูงรุ่นแรกกับในส่วนของรุ่นขนาดหน้าจอ 15? ?โดยยังมีรุ่นขนาดหน้าจอ 13? เป็นตัวเลือก ซึ่ง?MacBook Pro with Retina Display เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15? ที่มีความบางและเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดที่ 7 ชั่วโมง ทั้งตัว 15? และ 13?

สำหรับ MacBook Pro with Retina Display ได้มีการเปลี่ยนดีไซน์การออกแบบใหม่ทั้งหมดในปี 2012 ยังคงใช้วัสดุในการผลิตอย่างอะลูมิเนียมแบบเดิมที่ให้ความสวยงามและผิวสัมผัสที่ดี รวมทั้งยังใช้เทคโนโลยีการผลิตรูปแบบ Unibody เหมือนเดิมอยู่ ซึ่งก็ถือได้ว่า Unibody เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่าคู่แข่งในเรื่องของการออกแบบให้มีความบางแต่ยังคงมีความแข็งแรงอยู่

สเปกของ?MacBook Pro with Retina Display ขนาด 15? จะมาพร้อมกับชิปประมวลผล?Intel Core i7 แบบ?Quad-Core รองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ??มาพร้อมแรมขนาด 8GB และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็จะเป็นแบบแยกที่จัดว่าแรงในระดับหนึ่ง โดยมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2880 x 1800 พิกเซล ที่สำคัญคือพาเนลหน้าจอเป็นประเภท IPS ที่ให้ความสวยงามและสมจริงอย่างที่สุด ส่วนสเปกของ?MacBook Pro with Retina Display ขนาด 13??จะใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5 แบบปกติ มาพร้อมแรมขนาด 8GB และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็จะเป็นแบบออนบอร์ดเท่านั้น (สั่งอัพเกรดซีพียู, แรม และ SSD ได้ทั้ง 2 ขนาดหน้าจอ)

MacBook Pro with Retina Display เป็นไลน์รุ่นใหม่ของผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กของ Apple ที่ให้ได้ทั้งความบาง ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมในเครื่องๆ เดียวพร้อมๆ กัน แต่ก็อาจจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยในเรื่องของราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูง แนะนำว่า?MacBook Pro with Retina Display?เหมาะกับคนที่ใช้งานจริงจังระดับมืออาชีพหรือต้องการโน้ตบุ๊กที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ในน้ำหนักที่เบาที่สุด?

 

Mac mini

เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะขนาดเล็กมากที่ใช้ระบบปฏิบัติการ OS X (พกพาได้สบายถ้ากรณีที่ต้องการ) ซึ่งในชุดจัดจำหน่ายจะไม่มีในส่วนของเมาส์ คีย์บอร์ด และหน้าจอมอนิเตอร์มาให้ ทำให้เราสามารถนำไปต่อใช้งานกับมอนิเตอร์อะไรก็ได้ รวมไปถึงเมาส์คีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ทั่วไป หรือถ้าใครต้องการชุดเมาส์ คีย์บอร์ด และหน้าจอของ Mac ก็จะต้องทำการซื้อแยกเอง โดยถือว่า?Mac mini นี้เป็นผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของ Apple ที่มีราคาถูกที่สุด (เป็นไปตามนั้นเพราะตัดอุปกรณ์ไปเกือบหมด)

สเปกภายในของ Mac mini?จะใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5, Core i7 แบบปกติ มาพร้อมแรมขนาด 4GB และฮาร์ดดิสก์แบบปกติ ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็จะเป็นแบบออนบอร์ดเท่านั้น (สั่งอัพเกรดซีพียู, แรม และฮาร์ดดิสก์ได้) โดยการเชื่อมต่อก็ให้มาอย่างครบครันทั้ง USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต, Thunderbolt, HDMI, LAN, Firewire 800 และ SD Card Reader

ตัวเครื่องของ?Mac mini ตัวปัจจุบันได้มีการเลือกใช้เป็นวัสดุอะลูมีเนียมแบบ Unibody ตามแบบฉบับของ Apple ที่ใช้ในส่วนของ Mac เกือบทุกรุ่น ซึ่งในเรื่องความสวยงามหรูหรา และความแข็งแรงทนทานได้เป็นอย่าง อีกทั้งยังช่วยให้เรื่องของการระบายความร้อนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม?Mac mini เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้งาน Mac ในงบประมาณที่น้อยที่สุด หรือเหมาะสำหรับคนที่ใช้ Mac ที่ไม่ต้องการพกพาไปไหน และอยากได้เครื่องเล็กๆ สวยๆ

 

iMac

คอมพิวเตอร์ All-in-One ?PC แบบตั้งโต๊ะที่มีหน้าจอขนาดใหญ่และประสิทธิภาพการทำงานที่คุ้มค่าและสูงกว่า MacBook Pro โดยมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 21.5? ที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล และขนาดหน้าจอ 27? ที่ความละเอียด 2650 x 1440 พิกเซล กับพาเนลหน้าจอคุณภาพสูง IPS ?ซึ่งให้สีสันที่สดใสคมชัดและสมจริง พร้อมกระจกที่ลดแสงสะท้อนลงไป 75% ทำให้ทำงานง่ายกว่าเดิม ดีไซน์การออกแบบของ iMac ในส่วนของขอบจอที่บางลงเหลือเพียง 5 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้มองผ่านๆ ตัวเครื่องเหมือนจะบางลงไปมาก ซึ่งด้านหลังตัวเครื่อก็ยังนูนปกติแต่ก็จัดได้ว่าบางลงกว่าเดิมไปพอสมควร แน่นอนว่าวัสดุในการประกอบยังเป็น?อะลูมีเนียมแบบ Unibody เช่นเดิม

สเปกของ iMac จะมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i5 แบบ?Quad-Core ที่เป็นรุ่นที่ใช้ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า Core i7 ในโน้ตบุ๊กเสียอีก?รองรับการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า?สำหรับแรมก็จะมีขนาด 8GB เป็นแบบ 4GB จำนวน 2 แถว (แรมเป็นแบบโน้ตบุ๊ดใส่ได้ทั้งหมด 4 แถว) และส่วนฮาร์ดดิสก์นั้นใช้เป็นแบบผสมของ ?HDD+SSD รวมเรียกว่า Fusion Drive ซึ่งจะแบ่งเอาโปรแกรมที่ใช้งานไปไว้ใน SSD ที่มีขนาด 128GB ซึ่งไฟล์งานจะไปอยู่บน HDD ขนาด 1TB อัตโนมัติ ส่วนโปรแกรมไหนที่ยังไม่ได้ใช้ก็จะเก็บไว้ใน HDD แน่นอนว่าส่งผลให้ความเร็วโดยรวมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ แต่ก็เป็นกรณีสั่ง iMac แบบพิเศษ ถ้าแบบปกติก็จะมีเพียง HDD ขนาด 1TB ให้เท่านั้น

ที่สำคัญยังได้มีการตัด Super Drive ออกไป ซึ่งแน่ว่าส่งผลให้บางลงอย่างควรจะเป็น เมื่อดูประกอบกับสเปกและราคาแล้วก็มีความคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับ iMac รุ่นก่อนหน้า แนะนำว่า?iMac เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำงานจริงจังระดับมืออาชีพเป็นหลัก อีกทั้งตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องของดีไซน์การออกแบบ All-in-One ?PC?ที่บางที่สุด

 

Mac Pro

ด้วยการออกแบบเป็นรูปแบบทรงกระบอกสีดำโดยมีความสูงที่ 9.9 นิ้ว กว้าง 6.6 นิ้ว?และจัดวางฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในทั้งหมด ซึ่งหากเทียบกับ Mac Pro รุ่นก่อนแล้วจะมีขนาดเหลือเพียง 1 ใน 8 เท่านั้น (คนละไซส์จากเดิมเลย) โครงสร้างภายในเป็นแบบสามเหลี่ยมพร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศเอาไว้หนึ่งตัวเท่านั้น โดยทาง Apple ได้กล่าวเอาไว้เลยว่าMac Pro นี้เป็นต้นแบบคอมพิวเตอร์พีซีในอนาคทีเดียว

สำหรับสเปกจะมีใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Xeon E5 ที่มีคอร์ได้สูงสุดถึง 12 คอร์ พร้อมกราฟิกการ์ด 2 ใบจาก AMD FirePro แน่นอนว่าฮาร์ดดิสก์แบบ Flash และแรมใส่ได้สูงสุด 4 แถวที่บัส 1866 NHz โดยรองรับการทำงานตัดต่อวิดีโอระดับ 4K และการทำงานแบบ Work Station ต่างๆ สมบูรณ์อย่างที่มืออาชีพหลายๆ คนต้องการ?การเชื่อมต่อเป็นพอร์ต Thunderbolt 2 จำนวน 6 พอร์ต USB 3.0 อีก 4 พอร์ต ส่วน LAN 2 พอร์ต และ HDMI จำนวน 1 พอร์ต (ไร้สายก็มาพร้อมกับ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac?และ Bluetooth 4.0)

ในส่วนราคา Mac Pro รุ่นใหม่นี้ก็คาดว่าเป็นระดับหนึ่งแสนบาทไทย (ราคานี้ยังไม่รวมหน้าจอ Thunderbolt Display ราคา 33,900 บาท) ที่สำคัญอีกเรื่องที่น่าสนใจ สำหรับ?Mac Pro รุ่นใหม่จะมีการผลิตขึ้นอเมริกา โดยพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสิ้นปีนี้ แน่นอนว่าด้วยสเปกและการดีไซน์ออกแบบระดับนี้?Mac Pro จึงเหมาะสมกับคนที่เป็นมืออาชีพระดับจริงจังและต้องการประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงสุด ที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ที่สูงด้วยครับ

ความรู้สึกส่วนของผู้เขียนนั้นคิดว่า Mac เป็นสินค้าที่ดีและคุ้มค่ามากเมื่อได้ใช้งานจริงๆ จังๆ ตอนแรกที่ตัดสินใจซื้อ ก็ยอมรับครับว่าลังเลกับราคาอยู่เหมือนกัน สมัยเรียนคุ้นแต่กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบประกอบ แต่คิดไปคิดมา ความอยากลองอะไรใหม่ๆ มันมีมากกว่า พอได้มาใช้งานจริงๆ จังๆ รู้สึกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้งานได้คุ้มค่าเงินมาก มีหลายอย่างที่ใช้วิธีคิดแบบเดิม ประเภทเอาสเปกฮาร์ดแวร์ แต่ละส่วนมาเช็คราคา แล้วบวกๆ กัน เหมือนสมัยซื้อคอมพิวเตอร์ประกอบมาเทียบกันไม่ได้ แต่สิ่งนึงที่มั่นใจก็คือผลที่ได้จากการใช้งานนี่คุ้มค่าจริงๆ ทั้งในเรื่อง ระบบปฏิบัติการที่สเถียรใช้งานง่าย ฮาร์ดแวร์ทั้งภายนอกภายในที่พิถีพิถันเป็นอย่างดี รวมไปถึงในเรื่องรูปลักษณ์ที่เมื่อนำไปใช้งานก็มีความรู้สึกดีทุกครั้งครับ



© Copyright - Notebookspec.com All Rights