Home » Gaming Notebook

ความเหมือนที่แตกต่าง :: Nvidia 3D Vision ปะทะ AMD HD3D ใครกินสเปคน้อยกว่ากัน ใครทำได้เนียนกว่ากัน

26 May 11 - By l

วันนี้เราก็ไม่รู้จะทำอะไรดีนะครับ บังเอิญไปพบเจอบทความหนึ่งในเมืองนอกมาแล้วเขาทำได้ดีมากกับการนำเอา 2 เทคโนโลยีพื้นฐานกับการแสดงผลในระบบ 3D มาบวกกันว่าใครจะกินสเปคกว่ากันและใครจะสวยกว่ากันครับ

HD3D vs 3DVision

NVIDIA นั้นเปิดตัวมาราว ๆ เดือนมกราคมปี 2009 ทำออกมาเพื่อรองรับ User ในระดับ High-Ends ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการเล่นเกมโดยในชุดที่ขายนั้นประกอบไปด้วยแว่นตา 3D ความถี่ขนาด 120 Hz มีตัวกระจายสัญญาญและตัวชาร์ตแว่นตาโดยใช้นามว่า ?NVIDIA 3D Vision?

สำหรับ AMD นั้นดู NVIDIA ทำตลาด 3D มานานกว่า 1 ปี โดยมันเปิดตัวครั้งแรกในปี 2010 ซึ่งมันมาพร้อมกับการ์ดจออย่าง Radeon HD 6800-series และแว่น 3D มีตัวกระจายสัญญาณโดยใช้ชื่อเทคโนโลยีนี้ว่า ?AMD HD3D?

ความแตกต่างระหว่าง 3D ของทั้งสองค่ายในเรื่องสเปค

3D-Compair

** NVIDIA รองรับตั้งแต่ GeForce 200 ขั้นไป ใช้ได้ทั้งซีรี่ย์ที่เป็น Notebook และ Desktop

สิ่งที่ต้องการในการแสดงผลหน้าจอแบบ 3D

  • การ์ดจอของ AMD Radeon HD 5000 ขึ้นไป หรือ NVIDIA GeForce 200 ขึ้นไป ควรจะเลือกการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงหน่อย เพราะระบบ 3D จะกินสเปคมาก
  • หน้าจอ Monitor ที่มีความถี่หน้าจอสูงตั้งแต่ 120 Hz เป็นต้นไป
  • อุปกรณ์ NVIDIA 3D Vision หรือ AMD HD3D

Samsung S27A950D

3D Vision Monitors Vs. AMD HD3D Monitors

NVIDIA 3D Vision จะอาศัยการเชื่อต่อกับจอ Monitor ผ่าน dual-link DVI ผ่านสัญญาณความถี่ที่ 120 Hz ที่ความละเอียดหน้าจอ 1080p/60 FPS ที่ผ่านการรับรองจาก 3D Vision monitor ส่วน AMD HD3D นั้นจะเชื่อมต่อผ่าน DisplayPort ผ่านสัญญาณความถี่ที่ 120 Hz ที่ความละเอียดหน้าจอ 1080p/60 FPS เช่นกัน ซึ่งหน้าจอของ Monitor นั้นมีน้อยมากที่จะรองรับทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเวลาจะเลือกซื้อควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนครับ

Test System And Benchmark Setup

test

นี่เป็นชุดที่จะทำการทดสอบนะครับ

อัตราการกินสเปคSC2 1280

SC2 1280 AA

SC2 1920

SC2 1920 AA

จะเห็นได้เลยนะครับ ว่าช่วงสวิงของกราฟของ NVIDIA นั้นค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ทำให้เห็นได้เลยว่า NVIDIA ค่อนข้างกินสเปคกว่าในเกมนี้

คุณภาพความเนียนของ 3D

conclusion

เราต้องใช้การดูด้วยตาเปล่าแทนนะครับ เพราะว่าระบบ 3D นั้นไม่สามารถ Capture ภาพออกมาเป็น 3D ได้ อย่างไรก็ตามการ์ดจอทั้ง 2 ค่ายก็มีทั้งเกมที่เล่นได้ต่างกันไปหนะครับ แต่แต่คาดหวังว่าอนาคตทั้ง AMD และ NVIDIA จะร่วมมือกับผู้ผลิตเกมดัง ๆ ทำระบบ 3D เจ๋ง ๆ ออกมาสู้ตลาดของโลกต่อไป เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่า ตลาด 3D ของโลกยังเป็นตลาดที่น่าสนใจอยู่มาก และผมคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีนี้ต้องลงมาเล่นตลาดล่างภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก :: tomshardware



© Copyright - Notebookspec.com All Rights