Action Center ถูกออกแบบให้เป็นที่รวมการตั้งค่าต่างๆ สำหรับความปลอดภัย เช่น Windows Update, ตรวจสอบโปรแกรมแอนตี้ไวรัส, การสำรองข้อมุล ฯลฯ อาจจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นโปรแกรม One Stop Services โปรแกรมเดียวตั้งค่าเกี่ยวกับความปลอดภัยได้หมด ไอคอนของ Action Center จะเป็นรูปธงสีขาวอยู่ที่ System Tray ครับ เมื่อมีการแจ้งเตือนต่างๆ ไอคอนนี้จะมีเครื่องหมาย X สีแดงอยู่ที่ธง เพื่อเตือนให้ผู้ใช้ทราบครับ
สำหรับ Action Center นี้ถูกพัฒนาต่อมาจาก Security Center ใน Windows XP โดยพัฒนามาตั้งแต่ Windows Vista ซึ่งถูกผู้ใช้ทั่วไปบ่นเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับคำถามที่เรียกได้ว่า น่ารำคาญพอสมควร และใน Windows 7 นี้ Action Center ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น การตั้งค่าเข้าใจง่ายขึ้น เป็นการปรับปรุงจากข้อเสียของ Windows Vista ได้ดีพอสมควรครับ
หน้าหลักของ Action Center เป็นที่รวมของการแจ้งเตือนต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัย
เป็นฟีเจอร์ที่สามารถใช้ได้บน Windows 7 รุ่นตั้งแต่ Professional ขึ้นไป โดยตัวโปรแกรมนี้ไม่ได้ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 7 ครับ แต่ผู้ใช้ต้องเข้าไปดาวน์โหลดมาเอง จากลิงค์ สำหรับคอนเซปต์ของ XP Mode นั้นออกมาเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมเก่าๆ ที่ไม่สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่งปัญหานี้พบได้บ่อยเมื่อมีระบบปฏิบัติการออกใหม่ สำหรับผู้ใช้ที่จำเป็นต้องรันโปรแกรมเก่าๆ อย่างในตัวอย่าง ผมต้องการใช้โปรแกรมรุ่นเก่าซึ่งเป็นแบบ 16 บิต ถ้าติดตั้งบน Windows 7 โดยปกติแล้วจะติดตั้งไม่ได้ครับ ผมก็เลยจัดการติดตั้งบน Windows XP Mode ซึ่งการทำงานของโปรแกรมที่รันบน XP Mode ก็สามารถใช้งานได้ไม่แตกต่างจากตอนที่ใช้บน Windows XP ครับ สำหรับ Windows XP Mode บน Windows 7 มีจุดที่ต้องสังเกตเล็กน้อยคือ ซีพียู หรือเมนบอร์ดที่ใช้ ต้องรองรับการใช้งาน Virtualization และสำหรับหน่วยความจำ หรือแรม จากที่เคยใช้งานมานั้น ผมแนะนำว่าต้องมีอย่างน้อย 2 GB ครับถึงจะเรียกได้ว่าลื่น
สำหรับผู้ใช้ Windows 7 รุ่น Professional ขึ้นไปสามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์นี้ คลิก
หน้าตาโปรแกรม Windows XP Mode กำลังรันโปรแกรมที่ไม่สามารถใช้ได้บน Windows 7
คีย์ลัดสำหรับจัดการจอแสดงผล
อีกหนึ่งความสามารถที่ถูกเพิ่มเข้ามา สำหรับฟีเจอร์นี้ผมไม่แน่ใจว่าใน Vista เคยมีมาหรือเปล่า สำหรับความสามารถในการจัดการหน้าจอ ซึ่งโดยปกติ Windows XP นั้นจำเป็นจะต้องมีการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดแสดงผล และปรับจากตัวโปรแกรมอีกที แต่ใน Windows 7 นั้นมีมาให้ตั้งแต่ติดตั้ง Windows เลยครับ มีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คที่ต้องมีการพรีเซนต์บ่อยๆ โดยสามารถเรียกใช้ได้จากคีย์ลัด Windows + P เพื่อเลือกรูปแบบการแสดงผลได้เลยครับ
หน้า Display Management ที่จะแสดงเมื่อใช้คีย์ลัด Windows + P
สำหรับ Windows Live นั้นไม่ได้เป็นโปรแกรมของ Windows 7 โดยตรง แต่ถูกออกแบบให้ทำงานได้ดีบน Windows 7 เช่น Windows Live Messenger ที่ออกแบบมาให้ทำงานกับ Superbar แบบใหม่ อย่างสามารถตั้งสถานะ ล็อกอิน/ล็อกเอาท์ ได้จากไอคอนบนทาสก์บาร์เลย สำหรับชุดโปรแกรม Windows Live จะประกอบด้วยโปรแกรมดังนี้
Windows Live Messenger
Windows Live Mail
Windows Live Writer
Windows Live Photo Gallery
Windows Live Movie Maker
ภาพซ้าย : หน้าตาโปรแกรม Windows Live Messenger หรือ MSN ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี,
ภาพขวา : หน้าตา Windows Live Writer ตัวช่วยสุดเจ๋งสำหรับ Blogger
โดย Windows Live ทั้งหมดไม่ได้ติดตั้งมากับ Windows 7 ครับ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้จาก http://download.live.com