และแล้วก็มาถึงคิวของรีวิวหูฟังตัวใหม่ ๆ กับ NotebookSpec กันอีกแล้ว คราวนี้ได้โอกาสนำเอาหูฟังตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Ultimate Ears 200 ที่เพิ่งเปิดตัวในบ้านเรา โดยเป็นยี่ห้อที่โด่งดังเป็นอย่างมากกับผู้ที่ชื่นชอบหรือคลั่งไคล้ในเสียงของเจ้าลำโพงขนาดเล็ก ๆ นี้ เรียกว่าใครที่ชอบเล่นหูฟัง ไม่มีทางไม่รู้จักยี่ห้อนี้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Logitech แล้ว มาดูกันดีกว่าว่า รุ่นใหม่อย่างนี้จะมีอะไรดี อะไรเด่น
![]()
เริ่มกันที่สเปกของตัวหูกันก่อน ค่าความไวในการตอบสนองของสัญญาณเสียงถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ค่าต้านทานก็น้อย ขับง่าย ย่านเสียงที่สามารถเปล่งออกมาได้ก็อยู่ในระดับมาตรฐาน คือตั้งแต่ 20 HZ ไปถึง 15 KHz แถมยังมีความสามารถกันเสียงรบกวนภายนอกได้ถึง 26 เดซิเบลอีกด้วย

![]()

มาดูที่ตัวกล่องกันก่อนเลย ดูสวยหรูหราดีทีเดียว

ด้านหลังของกล่องยังมีช่องใส โชว์จุกยางอุดหู ที่มีมาให้ถึง 5 ขนาดด้วยกัน มีตั้งแต่ XXS, XS, S, M และ L เลย ถือว่าเยอะมากครับ ปกติที่เคยเห็นมาอย่างมากก็มากันแค่ 3 ไซส์เท่านั้น
มาดูที่ตัวหูกันบ้าง ตัวหูมีขนาดเล็กตามสไตล์ของหูฟังแบบ In-Ear หรือแบบอุดหู ที่ช่วยให้มันมีคุณสมบัติเด่นในการพกพาไปไหนต่อไหน โดยที่ยางหุ้มขั้วต่อระหว่างตัวหูกับสายจะมีการพิมพ์ตัวหนังและโลโก้ยี่ห้อเอาไว้ด้วย

ทางด้านล่างของตัวหูจะมีตัวหนังสือพิมพ์ไว้ว่าเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวา

ท่อของหูจะมีการทำเป็นลูกคลื่นไว้สำหรับล็อกจุกยางไม่ให้เลื่อนหลุด

ด้านในของจุกยางตรงกลางจะหนาเพื่อให้คงรูปแข็งเล็กน้อย จะได้สวมครอบท่อที่ตัวหูได้ง่าย

หัวแจ็กต่อเป็นเนื้อสีทอง

บริเวณสายเหนือหัวแจ็กพิมพ์ตัวหนังสือบ่งบอกยี่ห้อ

ตรงกลางสายมีพลาสติกรวบสายจากหูซ้ายและขวาเป็นเส้นเดียว และมีตัวรัดสายปรับระดับได้

จุกยางมากันแบบเต็ม ๆ ไซส์เยอะขนาดนี้ หูขนาดไหนก็ไม่เป็นปัญหา

มาพร้อมกล่องเก็บ ง่ายต่อการเก็บรักษาและพกพาไปข้างนอก ไม่ต้องกลัวโดนอะไรมาเกี่ยวสายหรือขูดขีดตัวหูฟัง
Sound Test

รู้สึกได้ทันทีถึงเสียงเบสที่หนักใช้ได้เลย แต่เรื่องความแน่นนั้นอาจจะยังไม่มากสักเท่าไหร่ เบสมี Impact กระแทกกระทั้นได้ดี แต่ละลูกนั้นไม่ห้วนปลาย ยังคงได้ยินเสียงสั่นปลาย เสียงกลางได้ชัดเจนดี
เสียงร้องคมชัดไม่มั่วกับย่านอื่น ๆ แต่อย่างใด ทางด้านเสียงแหลมเก็บไปได้ไม่ถึงย่านสูงมากสักเท่าไหร่นัก แต่ก็เพียงพอ Sound Stage นี่ก็กว้าง ฟังสบายโปร่ง ๆ ไม่มารวมอุดอู้กันอยู่ในหัว โดยรวมต้องบอกว่าทำได้ดีตั้งแต่ยังไม่ได้ทำการเบิร์นเลย ซึ่งจะว่าไปแล้วหูฟังในระดับที่ราคาไม่แพงนัก ส่วนใหญ่แล้วก็จะให้เสียงที่พอตัวตั้งแต่แกะกล่องแล้ว
หลังจากผ่านการเบิร์น ด้วยการเปิดไล่เสียงย่านความถี่ที่ 20 Hz – 20 KHz แล้วมาฟังอีกครั้ง เพื่อให้ไดรเวอร์หรือตัวขับเสียงของหูฟังเข้าที่มากขึ้น รู้สึกว่าเบสทำได้ดีขึ้นมาอีกเล็กน้อย มีความแน่นมากขึ้นมาอีก เสียงในย่านสูงก็เก็บได้ดีกว่าเดิมเล็กน้อยโดยที่ต้องสังเกตลึกสักหน่อย แต่โดยรวมเอกลักษณ์ไม่ต่างไปจากตอนแรกมากนัก
![]()

นี่เป็นหูฟังที่มีราคาไม่แพงมากนัก อยู่ในระดับพันเท่านั้น ด้วยคุณภาพจากเสียงที่ให้แล้วถือว่าคุ้มค่าพอตัวครับ เทียบกับหูที่มียี่ห้อในระดับราคานี้กับยี่ห้ออื่น ๆ ถือว่าติดอยู่ในกลุ่มทอป ๆ ได้เลย ด้านการดีไซน์ก็ออกมาเป็นอย่างดี สวมใส่สบายไม่ปวดหู มีสีสันมาให้เลือกถึง 3 สี เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่อาจจะเบื่อความจำเจเดิม ๆ ที่มีแต่สีดำ พร้อมทั้งยังมีการให้กล่องเก็บมาด้วย ซึ่งไม่ค่อยเห็นนักกับหูระดับราคานี้ที่ให้กล่องเก็บมาด้วย ถ้าหากกำลังมองหาหูฟังใหม่ราคาไม่แพงมาก ขอแนะนำครับ
ขอขอบคุณ

ใครที่บอกว่า ก่อนปี 2008 UE เป็นของ Logitech กรุณาไปหาข้อมูลดีๆนะครับ โดยเฉพาะ คห.4
ก่อนจะเป็นของ Logitech นั้น UE เป็นของนาย Jerry Harvey ครับ หลังจากขาย ให้ Logitech ไปโดยไม่ได้เซ็นสัญญา ว่า จะไม่สามารถนำเทคโนโลยีของ UE ไปใช้หรือผลิตในบริษัทอื่นๆ นาย Jerry Harvey จึงได้ เปิด บริษัทใหม่ใช้ชื่อว่า JH Audio ด้วยเทคโนโลยีของ UE ที่ Jerry Harvey นำมาใช้และพัฒนาต่อ จึงทำให้ JH Audio โด่งดังและเป็นค่ายหูฟังที่นับได้ว่าเสียงดีที่สุด และเป็นตำนาน
ประวัติสั้นๆนะ ที่จริงมียาวกว่านี้มากๆ